
|
วันนี้ (12 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ สำนักงานทางหลวงที่ 14 (ส่วนเครื่องกล) ตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 3) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 315 ช่วงจุดตัดทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 (แยกดอนหัวฬ่อ) - จุดตัดทางหลวงหมายเลข 361 (แยกบายพาสพนัสนิคม) ทั้งนี้เพื่อนำเสนอสรุปผลการศึกษาของโครงการทั้งทางด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยเฉพาะแนวสายทาง รูปแบบทางแยกต่างระดับ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ให้กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำไปใช้ประกอบการปรับปรุงโครงการให้มีความเหมาะสมที่สุด โดยมีนางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 2 พรรคประชาชน ร.ต.อ.สิทธิพัฒน์ ภาวสุทธิ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม
โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้นำเสนอสรุปผลการศึกษาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ สำหรับพื้นที่ศึกษาโครงการฯ มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณทางหลวงหมายเลข 315 ช่วง กม.39+000 ถึง กม.44+551 ระยะทางประมาณ 5.551 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล 2 อำเภอ ในจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วย ตำบลหนองตำลึง อำเภอพานทอง ตำบลดอนหัวฬ่อ ตำบลหนองไม้แดง และตำบลนาป่า อำเภอเมืองชลบุรี ทั้งนี้บริเวณแนวเส้นทางของโครงการพบข้อจำกัดทางด้านวิศวกรรมหลายประการที่อาจมีผลกระทบต่อการออกแบบและก่อสร้างถนน โดยเฉพาะในช่วงบริเวณแยกท้องคุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาน้ำท่วมขังระบายน้ำไม่ทันเป็นประจำในฤดูฝน เนื่องจากระบบระบายน้ำเดิมมีขนาดไม่เพียงพอและไม่มีข้อจำกัดของทางน้ำสาธารณะรองรับการระบายน้ำจากพื้นที่สองข้างทางอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับน้ำท่วมบางครั้งสูงจนส่งผลกระทบต่อการสัญจรของยานพาหนะและความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน นอกจากนี้ แนวเส้นทางยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่เขตทาง (Right-of-Way) ในบางช่วงที่อยู่ใกล้กับเขตชุมชนและสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น อย่างไรก็ตาม ประชาชนริมสองข้างทางไม่ต้องการให้มีการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม ดังนั้น โครงการจะมีการศึกษาและออกแบบรายละเอียดในแนวเขตทางเดิมในปัจจุบันและไม่มีการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนซึ่งเสี่ยงต่อปัญหาการต่อต้านและคัดค้านโครงการของประชาชนในพื้นที่ติดถนน นอกจากนี้ ในการศึกษาเพื่อคัดเลือกรูปตัดทางหลวงที่เหมาะสมสำหรับแนวเส้นทางของโครงการ ที่ปรึกษาได้พิจารณาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการ คือการกำหนดรูปแบบแนวเส้นทางที่มีรูปตัดทางหลวงเกาะกลางถนนแบบผสม (Hybrid Median System) โดยใช้ “เกาะกลางแบบกำแพงกั้น” ในช่วงที่มีโครงสร้างต่างระดับ และใช้ “เกาะกลางแบบยก” ในช่วงถนนทั่วไป เพื่อให้เกิดความสมดุลสูงสุดทั้งด้านความปลอดภัย การลงทุน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะสอดคล้องกับเงื่อนไขพื้นที่ ความต้องการเดินทางและแนวโน้มการพัฒนาทางหลวงในอนาคตของพื้นที่โครงการ โดยสามารถสรุปเกาะกลางถนนทั้ง 2 ประเภท โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ เกาะกลางแบบยก (Raised Median) มีช่องจราจรหลัก 6 ช่องจราจร (ทิศทางละ 3 ช่องจราจร) ความกว้างช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางขนาด 0.5 เมตร ทางเท้าลดลงจาก 2.4 เมตร เป็นขนาด 1.9 เมตร เกาะกลางเป็นแบบเกาะยกกว้าง 3.2 เมตร โดยมีตำแหน่งที่ กม.38+800 – 38+900 กม.40+775 – 41+000 และ กม.42+925 – 43+100
เกาะกลางแบบกำแพงกั้น (Concrete Barrier Median) มีช่องจราจรหลัก 6 ช่องจราจร (ทิศทางละ 3 ช่องจราจร) ความกว้างช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางขนาด 1.0 เมตร ทางเท้าขนาดเพิ่มขึ้นจาก 2.4 เมตร เป็นขนาด 2.7 เมตร เกาะกลางแบบกำแพงกั้นกว้าง 0.6 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้ขับรถข้างช่องจราจรสวนทาง เหมาะสำหรับถนนที่มีความเร็วในการสัญจรสูง หรือบริเวณที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ โดยมีตำแหน่งที่ กม.39+000 – 39+100 กม.40+575 – 40+675 กม.41+100 – 41+200 กม.42-525 – 42+625 กม.42+725 – 42+825 กม.43+200 – 43+300 และ กม.44+575 – 44-675
นอกจากนี้จากการศึกษาและสำรวจแนวเส้นทางของโครงการ พบว่า มีทางแยกที่ควรจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร จำนวน 4 แห่ง โดยในเบื้องต้นได้แบ่งพื้นที่การพัฒนาของโครงการออกเป็น 3 พื้นที่ ประกอบด้วย 1. พื้นที่แยกดอนหัวฬ่อและแยกด่านพนัสนิคม 2. พื้นที่แยกท้องคุ้ง และ 3. พื้นที่แยกบายพาสพนัสนิคม โดยมีการคัดเลือกรูปแบบทางแยกต่างระดับของโครงการ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.ปิดทางแยกและใช้จุดกลับรถระดับพื้น (At-Grade U-Turn / Intersection Closure) 2. สะพานข้ามแยก (Flyover) 3. ทางลอด (Underpass) ซึ่งจากการพิจารณาความเหมาะสมแล้ว ที่ปรึกษาจึงได้ข้อสรุปว่า ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการดำเนินการออกแบบรายละเอียดพัฒนาโครงการ ได้แก่ พื้นที่แยกดอนหัวฬ่อและแยกด่านพนัสนิคม ออกแบบเป็น ทางลอดตรงผ่านบนแนวทางหลวงหมายเลข 315 ส่วนพื้นที่แยกท้องคุ้ง ออกแบบเป็นสะพานข้ามแยกที่มีทางขึ้น – ลง เยื้องกัน ขนาด 4 ช่องจราจร (ไป – กลับ ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) และพื้นที่แยกบายพาสพนัสนิคม ออกแบบเป็นสะพานข้ามแยกระดับ 3 ขนาด 2 ช่องจราจร (ไป – กลับ ทิศทางละ 1 ช่องจราจร) นอกจากนี้ รูปแบบทางเลือกที่เป็นสะพานข้ามแยกยังมีความยืดหยุ่นในการออกแบบในลักษณะใช้ทางขึ้น - ลงสะพานไม่ตรงกัน (Stack) โดยสามารถออกแบบเพื่อขยายช่องจราจรบนสะพานข้ามแยกเป็นข้างละ 2 ช่องจราจร/ทิศทางได้ เป็นการเพิ่มความจุของ
ทางต่างระดับรวมทั้งการปรับปรุงจัดการจุดกลับรถเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยจึงเหมาะสมเป็นรูปแบบที่เสนอให้ใช้พัฒนาทางต่างระดับตามแนวโครงการต่อไป โดยจะเป็นการออกแบบก่อสร้างในเขตทางเดิมปัจจุบัน ไม่มีการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ในด้านผลการศึกษาสิ่งแวดล้อมโครงการได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลและเก็บตัวอย่างด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาประกอบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในขั้นรายละเอียด (EIA) พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกัน และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมโดยรอบโครงการให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ภายหลังการสัมมนาในครั้งนี้ กรมทางหลวง จะดำเนินการรวบรวมข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน นำมาพิจารณาประกอบการจัดทำรายงานสรุปผลการศึกษาโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่ เว็บไซต์ www.hwy315donhuaroh-bypassphanatnikhom.com แฟนเพจเฟซบุ๊ก : ทางหลวง 315 ดอนหัวฬ่อ - บายพาสพนัสนิคมและ Line Official โครงการ : @309crjgh |