
|
วันที่ 14 ส.ค. 67 ที่ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอซเอ อีสเทิร์นชีบอร์ด 3 (WHA ESIE 3) ต.หนองเสือช้าง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยมี มร. เจียง เว่ย อัครราชทูต ที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมกันเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศของไฮเออร์ นายอำนาจ เจริญศรี รองผู้ว่าราราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยผู้บริหารไฮเออร์ กรุ๊ป และไฮเออร์ ประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้การต้อนรับ ทั้งนี้ บริษัท ไฮเออร์ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 15 ปีช้อน เดินหน้าแผนการลงทุน 10,000 ล้านบาท ปักฐานตั้งโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งแรกในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 324,000 ตร.ม. โดยมุ่งเน้นการเป็นฐานผลิตส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศเต็มรูปแบบผ่านเทคโนโลยีการสูงตามมาตรฐานระดับโลก พร้อมดันประเทศไทยเป็นฮับการผลิตที่ครบวงจร และก้าวสู่การกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกทั่วโลกในอนาคต
ด้าน ทางมร. โจว หยุนเจี๋ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ กรุ๊ป กล่าวว่า "นับเป็นก้าวสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธในการมุ่งขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของโลก เพื่อตอกย้ำศักยภาพอันแข็งแข็งแกร่องการเป็นผู้นำด้านการผลิตและการจัดจ้าหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในระดับโลก ซึ่งการขยายการเติบโตในครั้งนี้ประเทศไทย เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่แห่งใหม่และเป็นแห่งแรกในภูมิภาค ศักยภาพเชิงพื้นที่ที่แข็งแกร่งของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นจุดยุทธศาสตรในการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ประกอบกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยที่มีมูลค่ากว่าหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งไฮเออร์ ยังคงเป็นผู้นำในตลาดโดยมีส่วนแบ่งกว่า 13% เป็นยออดขายอันดับ 1 ในแง่ของจำนวนในช่องทางออฟไลน์" โดยพื้นที่ดังกล่าว นับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้โต้โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทย ห่างจากท่าเรือแหลมฉบังใน จ.ชลบุรี 49 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 131 กิโลเมตร รวมถึงสามารถเชื่อมต่อด้านดมนาคม ได้หลายเส้นทาง โดยโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศของไฮเออร์แห่งนี้ มุ่งมันเป็นฐานผลิตที่ครบวงจร และครบครันด้วยเครื่องจักรกลอัตโนมัติที่ทันสมัย มาพร้อมกระบวนการผลิตผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงตามมาตรฐานระดับโลก เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันในตลาด และรองรับกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศสูงสุดถึง 6 ล้านเครื่องต่อปี
ซึ่ง มร. โจว หยุนเจี๋ย กล่าวต่อว่า "โรงงานดังกล่าวมีแผนการดำเนินการก่อสร้างแบ่งเป็น 3 เฟส และมีกำหนด
แล้วเสร็จภายในปี 2570 ซึ่งเฟสแรกจะเปิดในส่วนของการผลิต 3 ล้านเครื่องในเดือนกันยายน 2568 เฟสที่สองและเฟส
สามจะเสร็จสิ้นพร้อมเปิดดำเนินการในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ ทั้งนี้หลังจากดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้น โรงงาน
แห่งนี้จะกลายเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และก้าวสู่การเป็นฐานการ
ผลิตในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรรมเครื่องปรับอากาศของไฮเออร์ โดยในอนาคตอีก 2 ปีข้างหน้า เมื่อโรงงานดำเนินการสร้างเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะกระตุ้นตลาดแรงงาน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกระจายรายได้สู้ชุมชน พร้อมสามารถสร้างงานให้ผู้คนในจังหวัดชลบุรีได้กว่า 3,000 ตำแหน่ง นับเป็นการส่งเสริมการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกหนึ่ง |